5 วิธีสำหรับการบริหารความเสี่ยงเมื่อเทรด Forex

การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาด Forex ซึ่งใช้ค่าเลเวอเรจ (Leverage) มาใช้เพื่อให้คนทุกชนชั้นเข้าถึงการเทรด Forex ได้ง่าย เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียเช่นกัน ดังนั้นการจัดการบริหารความเสี่ยง เป็นสิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์จำเป็นต้องศึกษา และนำข้อมูลทั้งหลายมาปรับใช้ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ ป้องกันเงินทุนและสูญเสียให้น้อยที่สุดนั่นเอง

คุณสามารถที่จะครอบครองระบบการเทรด Forex ที่ดีที่สุดในโลกได้ แต่ถ้าปราศจากการจัดการความเสี่ยงที่ดีด้วยแล้ว ก็เป็นไปได้ยากที่คุณจะประสบความสำเร็จ การบริหารความเสี่ยงคืออะไร? ตอบง่ายๆ เลยก็คือ การทำอะไรก็ตามที่ทำให้เสียเงินน้อยที่สุด ในที่นี้จะรวมไปถึงการจำกัดขนาดของ lot size, hedging, การจำกัดเวลาเทรด หรือ การที่ต้องรับรู้ว่าเมื่อไหร่จะต้องขาดทุน

การจัดการความเสี่ยงมีความสำคัญแต่น่าเสียดายที่เทรดเดอร์จำนวนมากมักจะละเลย ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่มักจะตื่นเต้นจากผลกำไรที่ได้รับจากการใช้ประโยชน์ของค่าเลเวอเรจ (leverage) ที่เทรดเดอร์สามารถลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยๆได้ แต่หากชนะก็ได้กำไรมากกว่ากลับมา โดยไม่คำนึงถึงอัตราความสูญเสียใดๆ

คุณเคยหรือไม่ ที่ฝึกเทรดกับบัญชีทดลอง (demo accounts) และได้รับความสำเร็จ จนก่อให้เกิดความมั่นใจเกินขีด และก็ลงเอยด้วยความสูญเสียเมื่อเทรดกับบัญชีจริง นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมคุณต้องศึกษาการบริหารจัดการความเสี่ยง

5 วิธีในการจัดการกับความเสี่ยงสำหรับตลาด Forex

  1. การควบคุมการสูญเสีย

การที่เราได้เรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราควรจะ Cut loss หรือ ขายตัดขาดทุน หรือวาง SL ทุกครั้งที่เราเทรด เป็นวิธีจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อาจจะพูดง่าย แต่เป็นการกระทำที่ยากมากๆ นอกจากเสียจากว่า คุณใช้แพลตฟอร์มหรือเครื่องมือการเทรดที่ตั้งค่าพวกนี้ไว้แล้ว

ทำไมมันจึงเป็นสิ่งที่ยาก เพราะเทรดเดอร์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะมือใหม่ มักอดทนต่อการถูกลาก หรือ อดทนต่อการขาดทุนได้ เพราะมีความหวังในใจว่า ราคามันจะดีดขึ้น หรือ ลงมารับ มีบางรายถึงกับยอมเปลี่ยนจุด หรือลาก SL ให้สูงขึ้นไปกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ
แต่พอเวลาที่ได้กำไร กลับรีบออกจากออเดอร์ ทั้งๆที่ยังไม่ถึงจุด TP ที่ได้ตั้งเอาไว้ ทั้งนี้เป็นเรื่องของจิตวิทยาการเทรดด้วย

  1. เปรียบเทียบ winrate และ reward:risk ด้วยกันเสมอ

เทรดเดอร์หลายคนอ้างว่าอัตราการชนะ (winrate) นั้นไร้ประโยชน์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าคุณไม่จำเป็นต้องได้รับผลตอบแทนสูงอย่างบ้าคลั่งหรือต้องใช้เวลาในการเทรดนานมาก ตัวอย่างเช่นระบบที่มีอัตราการชนะ 40% (ซึ่งเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์มืออาชีพจำนวนมากชอบใช้) ต้องการ reward:risk ratio ความเสี่ยงมากกว่า 1.6 เพื่อการค้ากำไร

หรือ ด้วยอัตรา R:R ที่ 1:1 ผู้ค้าจะต้องชนะ 51% และมากกว่านั้นเพื่อทำกำไร แต่ในทางปฏิบัติมันจะดีกว่าไหมถ้า จะชนะ 60% หรือมากกว่านั้น ซึ่งจะตรงกับ 2:1 R:R ที่เทรดเดอร์จะชนะเพียง 35% เท่านั้น นี่คือสถิติทางคณิตศาสตร์ทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเป็นเทรดเดอร์ ที่สามารถทำกำไรได้

ด้วย 0.5: 1 R: R …คุณต้องชนะอย่างน้อย 67% และต้องมากกว่าเพื่อได้กำไร

ด้วย 1: 1 R: R … คุณต้องชนะอย่างน้อย 55% + เพื่อชนะและได้กำไร

ด้วย 2: 1 R: R … คุณต้องการอย่างน้อย 35% + เพื่อชนะและได้กำไร

ด้วย 3: 1 R: R … คุณต้องการชัยชนะอย่างน้อย 28% +

ด้วย 4: 1 R: R … คุณต้องชนะอย่างน้อย21% +

ด้วย 5: 1 R: R … คุณต้องชนะอย่างน้อย 17% +

ด้วย 10: 1 R: R … คุณต้องชนะอย่างน้อย 11% +

ด้วย 20: 1 R: R … คุณต้องชนะอย่างน้อย 6% +

ไม่ใช่ตัวเลขลอยๆ แต่มาจากสูตร Win % x Take profit size – Loss % x Stop Loss size

ตัวอย่างเช่น 30% x 55- 70% x 20 = 2.5

  1. Position Sizing (ขนาดของการเปิดออเดอร์)

การปรับ Position Sizing มีความสำคัญเนื่องจากจะทำให้เทรดเดอร์สามารถปรับขนาดของการซื้อขายให้สอดคล้องกับสภาพตลาด หากเทรดเดอร์ใช้ Position Sizing คงที่ที่ 1 มินิตัวอย่างการสูญเสียอาจแตกต่างกันไปตามขนาดของ SL  ตัวอย่างเช่น:

เราฝาก = 5,000 USD

Risk = 1% จากการฝาก = 50 USD

คู่สกุลเงิน = EUR / USD

SL = 30p = 300 USD ตามล็อตมาตรฐาน

ขนาดที่จะเปิดเพื่อไม่ให้เราเสี่ยงเกิน 1% = Risk / SL = 50/300 = 0.16 ลอต

ซึ่งคุณไม่ควรจะเปิดออเดอร์ต่อลอตที่มากกว่า 0.16 นั่นเอง

  1. ค่าเลเวอเรจ (Leverage)

การซื้อขายฟอเร็กซ์ด้วยเลเวอเรจนั้นเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น โอกาสในการขยายมูลค่าของการซื้อขายของคุณนั้นมีอยู่เพียงแค่ปลายนิ้ว เช่น ถ้าคุณฝากเงินเข้าบัญชี $1,000 และโบรคเกอร์ของคุณให้ค่าเลเวอเรจ 50: 1 คุณจะมีอำนาจการซื้อขาย สูงถึง $50,000 และถ้าคุณฝากเงิน $100 เมื่อเลือกค่าเลเวอเรจ 100:1 ก็เท่ากับว่าคุณสามารถซื้อขายได้ถึง $10,000 เลยทีเดียว

เนื่องจากมันทำให้คุณมีอำนาจในการซื้อขาย จึงทำให้คุณเผลอที่จะเข้าออเดอร์ซื้อขายมากตามไปด้วย สมมุติว่า คุณควรจะเทรดแค่ 5 ออเดอร์ แต่เมื่อได้ค่าเลเวอเรจสูง จะทำให้คุณเพิ่มออเดอร์เข้าไปได้อีก เป็น 10 ออเดอร์ และเมื่อคุณใช้อารมณ์ในการเทรดด้วย การเสี่ยงที่จะทำให้คุณล้างพอร์ตมีมากขึ้นด้วย

  1. แผนการซื้อขาย

การซื้อขายฟอเร็กซ์นั้นมาพร้อมกับความเสี่ยงในระดับหนึ่งและด้วยเหตุนี้การสร้างแผนการซื้อขายที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่มีแผนการซื้อขาย ก็จะทำให้คุณเสี่ยงต่อการขาดทุน, เทรดด้วยความตึงเครียดและส่งผลถึงอารมณ์และสุขภาพ

ในทางตรงกันข้ามเมื่อคุณทำตามแผนการซื้อขายอย่างระมัดระวัง คุณมักจะซื้อขายด้วยวินัย, ความอดทนความเป็นกลางและไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้การเทรดของคุณมีระบบมากขึ้น สามารถพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ตามลำดับ

การบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจัง

การซื้อขายฟอเร็กซ์ เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งตลาดสามารถเคลื่อนไหวได้ในพริบตา ดังนั้นจึงไม่มีวิธีใดที่จะซื้อขายโดยที่ไม่ขาดทุนเลย อย่างไรก็ตามมีนักลงทุนบางคนที่มีแนวโน้มที่จะได้รับเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่า นี่เป็นเพราะพวกเขาสร้างมาตรการการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกันล่วงหน้าซึ่งพวกเขาปฏิบัติตามอย่างพิถีพิถัน

================================================
Copy Investor ด้วยระบบแพลตฟอร์มอัจฉริยะก็อบปี้เทรดจาก Forex สามารถสร้างรายได้ให้คุณอย่างมั่นคงในรูปแบบการคัดลอกบัญชี Trader ที่คุณวางใจ
สามารถสมัครสมาชิกบัญชีทดลองเสมือนจริงได้ที่ https://platform.copyinvestor.com/registration
================================================

☎ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
💼 Line Official >> @copyinvestor
💼 Website >> https://copyinvestor.com/
💼 Email >> support@copyinvestor.com

No Comments

Post A Comment